Archive for Homosexaul Rights are Human Rights

รักเพศเดียวกัน…พฤติกรรมที่ไม่ได้เลียนแบบ

Homosexual Logo         ในทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน ( Homosexual ) ทฤษฎีที่น่าจะแพร่หลายในความคิดของคนทั่วไปมากที่สุดคือทฤษฎีที่ว่าด้วยการเลียนแบบ โดยเชื่อว่าหากเด็กได้เรียนรู้หรือซึบซับพฤติกรรมของผู้ที่เป็นพวกรักเพศเดียวกันนั้น จะทำให้เด็กเลียนแบบและก็จะกลายเป็นพวกรักเพศเดียวกันไปในที่สุด จากความเชื่อนี้ก่อให้เกิดอคติในความเป็นรักเพศเดียวกัน โดยกีดกันคนเหล่านี้ออกจากบางสาขาอาชีพ เช่น ครู อาจารย์ โดยถือว่าครูอาจารย์จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กฉะนั้นจึงไม่ควรเป็นพวกรักเพศเดียวกัน หรือแม้แต่ในวงการบันเทิงก็เกิดอคติที่ว่าจากที่สื่อนำเสนอเรื่องราวของพวกรักเพศเดียวกันหรือการที่ตัวละครเป็นพวกรักเพศเดียวกันก็จะทำให้เด็กเลียนแบบจนกลายเป็นพวกรักเพศเดียวกันไปในที่สุด
           ความเป็นจริงแล้วการเลือกเพศวิถีของมนุษย์ทุกคนขึ้นอยู่กับตัวบุคคลผู้นั้นเอง เป็นกระบวนการทางธรรมชาติ ส่วนการเลียนแบบคือพฤติกรรม เด็กที่ไม่ได้เป็นต่อให้เลียนแบบให้ตายก็ไม่เป็น ส่วนเด็กที่เป็นต่อให้ไม่มีใครให้เรียนแบบเลยก็ต้องเป็นอยู่ดี แต่หลายครั้งที่ดูเหมือนจะเกิดการเรียนแบบนั้นก็เป็นเพราะว่าเด็กเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นรักเพศเดียวกันหรือไม่ก็รู้อยู่แล้วแต่ไม่กล้าเปิดเผย จนเมื่อเขาหรือเธอได้มารวมกลุ่มกันเองกับเพื่อน ๆ หรือได้เห็นตัวอย่างของคนที่กล้าเปิดเผยตัวเองก็ทำให้เขากล้าที่จะเปิดเผยตัวเองบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้หากเรามองผ่าน ๆ จากสิ่งที่เห็นก็จะคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กเป็น โดยไม่มองจากมุมว่าเด็กนั้นเป็นแต่เพิ่งแสดงให้เห็น
           หากว่าเรามองอีกมุมหนึ่งเราจะเห็นได้ว่าการมองว่าเด็กเลียนแบบพฤติกรรมรักเพศเดียวกันจนกลายเป็นพวกรักเพศเดียวกันนั้นเป็นการมองมุมเดียว โดยไม่มองว่าถ้าเด็กเลียนแบบพฤติกรรมรักเพศเดียวกันจริง แล้วพวกรักเพศเดียวกันเลียนแบบพฤติกรรมใคร ในเมื่อเด็กหรือผู้ใหญ่พวกนี้ก็เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นรักต่างเพศ ถูกเลี้ยงดูมาด้วยทัศนคติที่รักต่างเพศ ถ้าพฤติกรรมทางเพศวิถีเป็นเพราะการเลียนแบบจริง จะเกิดรักเพศเดียวกันได้อย่างไร ในตรงนี้ใครจะบอกว่ารักเพศเดียวกันเป็นโรคจิตหรือความผิดปกติทางจิตก็คงหมายความว่าผู้นั้นได้ปฏิเสธทฤษฎีการเลียนแบบไปแล้ว พร้อมกับแสดงนัยยะ 2 ข้อ คือ 1. เขาไม่ได้มีความรู้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับรักเพศเดียวกันเลย หรือ 2. เขาแสดงอคติของตัวเขาเอง เพราะว่าทุกวันนี้วงการทางการแพทย์ไม่ได้ถือว่ารักเพศเดียวกันเป็นโรคใด ๆ ทั้งสิ้น โดยถือว่าเป็นปกติชนอย่างคนทั่วไป สรุปก็คือเพศวิถีเป็นเรื่องของบุคคลนั้น ๆ ว่าตัวตนของเขาเป็นอย่างไร ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการเลียนแบบหรือโรคใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากว่าเรามองโดยละทิ้งอคติเราจะพบว่าพวกรักเพศเดียวกันนั้นก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกรักต่างเพศที่เป็นส่วนใหญ่ของโลกใบนี้เลย หลายคนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสิทธิภาพ เป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แบบแต่ถูกกีดกันด้วยอคติ คงจะน่าเสียดายน่าดูหากว่าเราจะต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลในหลาย ๆ สาขาอาชีพไปเพียงเพราะอคติผิด ๆ ที่มีต่อพวกเขาเท่านั้นเอง

by Simetra_violet